Trekking Trip : ส่องนกเงือกที่บางกะม่า สั้นๆ ง่ายๆ

ตำบล บ้านบึง อำเภอ บ้านคา ราชบุรี

28-29 กรกฏาคม 2561





ทริปต่อเนื่องจากทริปก่อนหน้า ข้อมูลที่ได้รับมาก็คือช่วงเดือน มิ.ย.- ก.ค. เป็นช่วงฤดูนกเงือกรวมฝูงเพื่อหาคู่

ใครจะคิดว่าระยะทางจากกรุงเทพเพียงแค่ 100 กว่า กิโลเมตร จะมีป่าที่อุดมสมบูรณ์ ถึงขนาดมีนกเงือกมาอาศัยหาอาหารกันมากมาย (ก่อนเดินทาง ได้รับแจ้งว่าบินมาทีเดียวเกือบ 50 ตัว) กับระยะทางเดินเท้าแค่เพียง 3 กิโลเมตรกว่าๆ เราก็ได้เห็นนกเงือกจากธรรมชาติ ที่มีชีวิตชีวา และมีความสุข ที่ได้อยู่ในบ้านของเขา

นับตั้งแต่ออกจากป่าบางกะม่าเมื่อคราวก่อน กลุ่มเราก็นัดแนะวันกันเลยว่าจะมาช่วงไหนกันดี เรียกได้ว่านัดล่วงหน้ากันเป็นเดือนๆ เลยทีเดียว

ผมเป็นฝ่ายประสานงานกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น เนื่องจากรู้จักมักคุ้นกันบ้าง เบื้องต้นแจ้งไปว่าเรามีสมาชิกที่ร่วมเดินทาง ประมาณ 10 คน และค้างแค่ 1 คืนเท่านั้นพอ

นัดแนะกันพอเป็นพิธี ขอคนนำทาง 1 คน และลูกหาบอีก 2 คน น่าจะพอ

เมื่อถึงวันเดินทาง สมาชิกของเราเบ็ดเสร็จ รวมแล้วได้ 9 คน อายุน้อยสุดเพียง 5 ขวบนิดๆ เดินทางไปด้วย ตั้งเวลาเดินกันไว้ที่ 8.00 น. (แต่ก็เลทกันนิดหน่อย ตามสไตส์) วันนี้มีคนขึ้นไป อีกกลุ่มนึง ประมาณ 30 คน โดยมี นิวกับมินต์ เจ้าหน้าที่ ที่ไปกับเราเมื่อคราวก่อนนำทางไป แต่เราไม่เจอกับกลุ่มนี้ เพราะเราเริ่มเดินที่หลัง และกลุ่มนี้เขาไม่ได้ค้างแรมด้วย

จุดเริ่มต้นความสนุก คืดเดินผ่านสวนพริกกระเหรี่ยง

12.00 น. ถึงจุดตั้งแคมป์พักแรม จัดการบริเวณที่นอน กันก่อน ผูกแปล กางเต็นท์กัน เมื่อ ปรัมพิธีพร้อมก็ต้มม่าม่า กินกันเป็นอาหารเที่ยง แบบไม่เร่งรีบ เพราะข้างบนจุดหน้าผา คนยังมากอยู่

พักถ่ยรูปหมู่กันหน่อย ช่วงเดินขึ้น

ณ ขณะที่กำลังเตรียมพื้นที่หามุมกัน โน๊ต คนนำทางของเรา สังเกตเห็นว่ามีต้นไม้ยืนต้นที่ดูท่าทางว่ามีโอกาศโค่นลงมากลางวงเราแน่นอน เลยจำเป็นต้องโค่นมันลงมาเสียก่อน

ก็นับเป็นเรื่องดีทีเดียว เพราะเราก็ใช้ขอนไม้นั่ง นั่งบ้าง วางของบ้าง สบายไป

คนนำทางของเรา ปีนต้นไม้เก่งมาก เอาเชือกไปคล้องต้นที่เสี่ยง

อิ่มหนำและพักท้องกันพอสมควรแก่เวลาประมาณ บ่าย 3 เราก็ขึ้นไปที่ผาเพื่อเฝ้ารอนกเงือกกัน



ยามบ่ายของวันแรก

บนผารากกึ้ง มีบังไพรพร้อมแล้ว หาจุดหามุมกันเอาเอง จัดการตัวเอง และทำตัวให้สงบเงียบ เฝ้ารอกันอย่างช้าๆ ไปเรื่อยๆ ราวๆ ซักชั่วโมง ก็เห็นกลุ่มแรกประมาณ 10 ตัว แต่ไกลเกินระยะทำการ รอกันไปอีกเกือบชั่วโมง เจ้ากรามช้างกลุ่มแรกก็มาเยือน ถ่ายได้บ้างไม่ได้บ้าง เพราะตกใจกันนิดหน่อย หลังจากนั้นไม่นาน กลุ่มต่อมาประมาณ 5 ตัว ก็บินเข้ามใกล้ระยะ แบบใกล้มาก จนทั้งเราและนกตกใจ ด้วยกันทั้งคู่

ป่าไม้ที่นี้ สมบูรณ์มากๆ

เวลาก็ผ่านไปเรื่อยๆ กับความอดทนรอ ซึ่งเริ่มนานก็เลยตั้งเป้าว่าสัก 17.30 น. ค่อยลงกันไปที่พัก สุดท้ายเราได้ เงือกที่เป็นดังพญาเงือกตัวใหญ่ และสวยงามติดตามากๆ เจ้ากก 2 ตัวบินเกี้ยวกันไปตามแนวสันเขา อย่างสง่างาม ช้าๆ เนิบๆ เหมือนรู้ว่ามีคนต้องการล่าความงดงามของมัน ทุกคนที่ผานั้นยืนเงียบดังโดนมนต์สะกด

เงือกกก หรือกาฮัง งดงามติดตามาก
บินเล่นอย่างสบายใจ เพราะที่นี้คือบ้านของพวกเขา

ลงจากผากันมาด้วยคำว่าคุ้มค่าแล้ว ที่ได้มา เราเตรียมข้าวปลาอาหารกัน 3-4 อย่าง แน่นอนกุนเชียงเจ้าประจำ เพิ่มเติมด้วยหมูยอ แบ่งปันกันไปถึงลูกหาบและเจ้าหน้าที่นำทางของพวกเรา

คืนนี้นอนเร็วกันนิดหน่อย จริงๆ ก็ไม่เหนื่อยมากเท่าไหร่ แต่เหมือนทุกคนอยากอยู่กับภาพจำของตนเอง

กลางดึกเราได้ยินเสียงไม้ล้ม ฟังแล้วน่าจะต้นใหญ่อยู่พอสมควร ผมเข้าใจว่าลูกหาบไปล้มไม้ทำฝืน แต่เปล่าเลยมันโค่นลงมาเอง โชคดีที่เราตัดสินใจล้มต้นนั้นลงเสียก่อน




เช้าวันใหม่ ตื่นสายกันนิดนึง

มันช่างเขียวอุดมเหลือเกิน

หากจริงแล้วเราตื่นกัน 6.30 น. แล้วล่ะ แต่ออกตัวกันช้าหน่อย เตรียมกาต้มน้ำกับกาแฟ ไปจิบบนผา ปล่อยให้ทีมสาวๆ ที่อยู่ข้างล่างทำอาหารรอพวกเรากัน เหมือนเอาเปรียบนิดหน่อย

เช้านี้เรารอนานมาก กรามช้างถึงผ่านมา 9 ตัว หลังจากนั้นก็หายเงียบเลย เช้านี้เลยหง่อยๆ หน่อย

เงือกกามช้าง สง่างาม

ผมหิว แล้วทุกคนก็เริ่มหิวแล้ว เดินลงมา ข้างล่าง มีเตรียมข้าวรอไว้ให้แล้ว กินเสร็จก็เก็บข้าวของ เดินออกกันมาประมาณเที่ยงๆ ถึงหมู่บ้านก็บ่าย 2 เคลียร์ค่าใช้จ่ายกันเล็กน้อย ก็ขับรถเลยไปสำนักสงฆ์บางกะม่ากันสักหน่อย ค่อยไปหาส้มตำกินกัน

ก่อนกลับถ่ายภาพหมู่กันหน่อย ที่ผาดูนก มีการทำซุ้มบังไพรไว้แล้วอย่างดี

ทริปนี้นับว่าเราอิ่มกันมาก อิ่มตา อิ่มใจ ที่ป่าบ้านเราเริ่มฟื้นฟูกลับมามากขึ้น และคนในชุมชนเรียนรู้การอยู่ร่วมกันกับป่าเขาที่เป็นแหล่งอาหารของพวกเขา


เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยในการไปดูนกเงือก

  1. ควรแต่งกายให้มิดชิดด้วยสีสันกลมกลืนธรรมชาติมากที่สุด
  2. ไม่ส่งเสียงดังรบกวน บริเวณหน้าผาชมนก
  3. อย่ายื่นมือออกไปโบก หรือโผล่หน้าออกจากตาข่ายกั้นไปตะโกนทักทายเวลานกบินผ่าน
  4. ควรดูช่วงเวลาการเดินให้เหมาะสม ว่าอยากชมอะไร จะได้คุ้มค่า
  5. น้ำดื่ม น้ำใช้ไม่ลำบาก
  6. ควรนอนเปล จะสดวกกว่า
  7. การเดินทางไปที่หมู่บ้านควรใช้รถขับเคลื่อน 4 ล้อ
  8. มีทากเยอะ เพราะเป็นป่าที่ค่อนข้างสมบูรณ์

ค่าใช้จ่ายหลักๆ

  1. ค่าลูกหาบ วันล่ะ 500 บาท 4 คน = 4,000 บาท
  2. ค่าอาหารทั้งหมด (ทำให้ลูกหาบเเละเจ้าหน้าที่ด้วย)
  3. ค่ารถนิดหน่อย
  4. หารกันทั้งหมด 9 คน ตกคนล่ะ 850 บาท ถูกมากมาย