Trekking Trip : ดอยหลวงตาก

ตำบล ทุ่งกระเชาะ อำเภอ บ้านตาก ตาก 63120

04 – 06 มิถุนายน 2559

จบไปกับทริป เขาหลวง จังหวัดตาก กับระยะทางราว 400 กม. ++ จาก กทม. จากชลบุรี ก็ 500 กม. เศษๆ ที่ระดับความสูงไม่มาก ไม่น้อย 1,175 เมตร. กับการย่างก้าวอีกราว 10-11 กม. ไม่ถือว่าเป็นปัญหากับนักเดินทางแก๊งค์นี้เป็นแน่

 

….ทริปนี้เรามีผู้รวม ประสบการณ์เก็บเกี่ยวความทรงจำทั้งหมด 9 ชีวิต ประกอบไปด้วย สาย กทม. 5 ชีวิต มีท่านหัวหน้าเผ่า พี่บิ๊ก พ่อกำนัน พี่พรชัย กับ ศิลปินรุ่นใหญ่ พี่ยุทธ พวงมาอีกหนึ่งหน่อชาย เพื่อนโอ๋ (มันคือไอ้คิกในเสียงเรียกของผม) และ สาวสวยผู้เดียวจากสาย กทม. ที่สวยที่สุด จนถึงการนัดเจอกันกับสายชลบุรี ตำแหน่งนี้ก็เป็นอันจบลง คือ!!!! เพื่อน ป้อม….และสายชลบุรีอีก 4 ชีวิต ประกอบด้วย พี่แว่นนินจา พี่เอ็มสายพริ้ว และน้องจูนจอมอึด สามคนนี้ถือเป็นสายแข็งของกลุ่ม เอาไปเดินขู่ก้วนอื่นๆ ^_^ และสุดท้ายตัวผม Noky Navigator …. 555 สถาปนาตัวเองเลย!!!!



ก่อนเข้าเขตอุทยานเราแวะพักกันในตัวเมืองตาก หาอาหารเช้าและถ่ายรูปแสงแรกของวันกันที่นี่

ทริปนี้มีเสน่ห์ตั้งแต่การเดินทาง เพราะปัญหาเรื่องยานพาหนะสาย กทม. นิสสสสหน่อย .. หวยเลยออกที่ พ่อกำนันพรชัย จัดรถมีหลังคาไฟเบอร์ แต่ดันไม่มีแอร์ติดมาด้วย. ไม่รู้ว่าดี หรือไม่ดี การจัดการนั่งก็เป็น หน้าสอง และหลังสาม ด้านหลังเหมือน ตีตั๊วนอน แล้วออกเดินทางตอนสามทุ่ม เลยนอนกันสบายไปเลย อากาศก็ไม่ร้อน ความลำบากก็ไปตกกับพลขับ และคนนั่งเป็นเพื่อนด้านหน้า ซึ่งเป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก ท่านหัวหน้าเผ่าพี่บิ๊ก และพลขับ พ่อกำนัน…5555….

นัดเจอกันที่ปั๊ม ปตท. บางประอิน และคาดว่าถึงตาก ก็น่าจะเช้าพอดี ….. เราถึงที่ตลาดบ้านตากตอนเช้าตามคาด แล้วจัดการหาพลังงานใส่ท้องกันตามชอบใจ แล้วมุ่งหน้าตอที่ อบต. เพื่อเจอเจ้าหน้าที่ และลูกหาบของเรา ….

งานนี้เรามี 1 เจ้าหน้าที่ และ 3 ลูกหาบ ซึ่งภาระส่วนใหญ่ใช้ไปกับเสบียง รองลงมาก็พวกขาตั้งกล้องและเต๊นท์ตามลำดับ..ในขณะนั้นมีเสียงบอกผ่านอากาศว่า ให้เตรียมน้ำไปให้มากกว่า 1 ลิตร แต่หามีใครใส่ใจในเสียงนั้นไม่ … เราต้องนั่งรถเข้าไปจุดเริ่มเดินอีกราว 20 นาที..

พร้อมเดินทาง สีหน้ายังเบ่งบาน มีความสุข แบบไม่รู้ชะตากรรมข้างหน้า

ย่างก้าวแรกของพวกเราเป็น ฤกษ์ดี ประมาณ 9 โมงพอดีกับระยะทางรวมที่ 11 กม. เศษๆ ถือเป็นทางเดินสะบายๆ และสวยงามกับ ธรรมชาติที่ยังสด เพราะถือว่าเป็นชุดแรกของปี หลังจากปิดให้ธรรมชาติ ได้ ซ่อมแซมตัวเอง เลยเป็นเหตุให้ปริมาณน้ำยังน้อยมากกกกกกก…

ช่วงแรกของการเดินเราเดิน ลัดเลาะไปตามลำธาร ที่หาน้ำไม่ได้เลย แต่ก็มีสิ่งให้คลายเหนื่อย กับ ฝูง ผีเสื้อที่แถบจะมองจุดที่มัน ระดมพลกันอยู่ แบบไม่เห็นพื้นดินกันเลยที่เดียว

เห็นกลุ่มผีเสื้อมากมายขนาดนี้ ทำให้หายเหนื่อยทีเดียว

เดินตามสันเขาสลับกับทางชันเป็นระยะๆ พอสนุกๆ ผ่านแสงแดดที่สาดส่องลงมาแผดเผา ได้ราวครึ่งทาง +- นิสหน่อย!!!! คราวนี้ แหละ ปริมาณน้ำของทุกคน พร่องลงกันอย่างเห็นได้ชัด แบบที่ว่าถ้าเทียบตามระยะทางแล้วเนียะ ไม่พอเป็นแน่ ….



แล้วก็มีเสียงพูดปนอารมณ์สมน้ำหน้า ลอยมาจากพี่เจ้าหน้าที่และลูกหาบ “ผมบอกแล้ว ไม่เชื่อ” ดูแกสะใจบอกไม่ถูก แต่ก็มิได้แล้งน้ำใจตามน้ำเสียง เพราะได้น้ำจากในขวดแกเนี้ยะแหละ ที่แบ่งให้พวกเราได้จิบแก้ กระหาย… แต่ดูจากจำนวนคน เทียบกับปริมาณน้ำ ไม่ต้องจบสูงก็รู้ว่าไม่พอ เลยเป็นที่มาให้แกต้องแวะระหว่างทางลงไปในหุบ เพื่อกรอกน้ำ ….

ระหว่างรอ พักนึง พี่เจ้าหน้าที่ก็เตรียมขวดไว้ลงไปกรอกน้ำ ตรงนี้ล่ะครับ!!!!! จุดฮาาาาาาา…… พี่เจ้าหน้าที่บอกทุกคนกินน้ำให้หมด ทุกคนก็ไม่รอช้า ด้วยความกระหายที่สะสมมา จัดกันแบบแห้งคอด ทันใดนั้น!!!!!!!!!! มีเสียงดังต้านแรงโน้มถวงมาจากด้านล่าง น้ำไม่มี!!!!!!!!! 55555 ทุกคนมองหน้ากัน แล้วอดกลั่นหัวเราะไม่ได้ ชิบหายแล้ว!!!!! ผมก็ปลอบใจทุกคนว่า ครั้งนี้มันคงไม่ทำให้เราตาย แต่ลำบากแน่นอน…..

ฦนที่ตกลงมาช่วยคลายความร้อน และดับกระหายทำให้มีพลังขึ้นมาได้

 

เราตัดความกังวลไว้เบื่องหลัง แล้วเดินทางต่อแบบไม่สนโลก ช่างหัวมัน!!! แต่ก็เหมือนฟ้าเห็นใจ แสงแดดที่สาดลงมา จู่ๆ ก็หลบไปพัก และแทนที่ด้วยเมฆฝน แล้วก็ไม่ทำให้เรารอเก้อ สายฝนก็โปรยลงมา ในขณะที่ระยะทางเหลืออีก 3 ใน 4 ส่วน ประมาณนั้น ตอนแรก พ่อกำนันเราเอาผ้าใบออกมารองน้ำทันที แต่ทำเลที่ตั้งยังมิเหมาะ เพราะอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ น้ำที่ได้เลยเต็มไปด้วย ต่างๆ นาๆ ที่แถมมาด้วย เราทุกคนได้ใช้เสื้อกันฝนที่เตรียมมา และออกเดินต่อจนถึงจุดโล่งแจ้ง แล้วฝนก็กระหน่ำลงมาอีก คราวนี้ล่ะครับ เหมือนปลาได้น้ำ แต่ละคนทำเสื้อกันฝนตัวเองเป็นที่เก็บน้ำ แล้วบรรจงก้มลง ต้องใช้คำว่า “ดูดดื่ม” ทีละอึกสองอึก แบบรู้รสชาติของน้ำ และน่าจะอร่อยที่สุดตั้งแต่เดินป่ามาเลยก็ว่าได้…^_^

เกือบถึงยอดแล้ว แวะพักชมวิวท่ามกลางสายฝนกันหน่อย

พอถึงจุดสันเขาพร้อมสายฝน ที่สายแข็งรออยู่ ณ สวนอินทผาลัมป่า … อร่อยนะบอกเลย ณ จุดนั้น เม็ดมันเท่ากับเปลือกเลยอ่ะ 55555 อันนี้ใส่ไข่ มีเนื้อนิสสสสสนึง แต่รสชาติใช้ได้เลย เลยไปหน่อย เป็นทุ่งกระเจียว เต็มไปหมด เราเลยเก็บไปผัดกินตามที่พี่ลูกหาบบอกว่า ผัดกินอร่อย แล้วเดินทางต่อสู่ที่พักพร้อมสายฝนที่ยังไม่หยุด

ดอกกระเจียวผัด อร่อยมากขอบอก

ถึงที่พักราวสามสี่โมง แล้วแบ่งหน้ากัน เรื่องน้ำ ที่พัก รวมถึงอาหาร ผมรับอาสาลงไปเอาน้ำกับลูกหาบ แต่เหมือนทริปนี้เรามีเรื่องกับน้ำ ด้วยสายฝนที่ตกลงมาทำให้น้ำ ขุ่นและไม่สามารถใช้ได้ ต้องรอมันใสอีกพักใหญ่ๆ เราเลยหันมาใช้วิธีเดิม โดยเอาน้ำจากผ้าใบมาใช้ รอดไปได้ หนึ่งมื้อ ตอนเย็นไม่ต้องหวังว่าจะได้เห็นพระอาทิตย์ตก เต็มไปด้วยหมอกจนเช้า แต่เรามีของดีจากพื้นราบ พี่เอ็มจัด Absolute เอามากินแก้หนาว ก่อนนอนกันพอเป็นกษัย

แสงสุดท้ายของวันแรก ที่สาดส่องลอดผ่านต้นไม้เข้ามาใกล้ที่พักของพวกเรา

เช้าวันที่สองในสายหมอกหนา

ตื่นมายามเช้ากับสายหมอก

เช้าวันที่สองน้ำใช้ได้ แต่ของแถมจากฝนเมื่อวาน คือ!!!!!! เจ้าทากน้อยยยยยยย เพียบบบบบบ ขอบอก มาทักทายกันน่าจะทั่วถึงกันทุกคน โดนกัดบ้าง ไหวตัวทันบ้าง ก็แล้วแต่เทคนิคแต่ละบุคคล

วันที่สองเราออกเดินทางไปจุดสูงสุดเพื่อชมวิว และเปลี่ยนที่กินกาแฟกับอาหารกลางวัน

แล้วเดินทางกลับเกือบเย็น เพื่อเตรียมอาหารเย็น วันนี้ล่ะครับ ฝนกับลม แรงงงงงงงงงมากกกกกก กินเสร็จเราไม่รอช้า รีบจัดการกับ Absolute ที่เหลือแล้วรีบเข้านอน ด้วยสู้ลมแรงกับสายฝนไม่ไหว…..

อาหารเย็น อร่อยให้ 5 ดาว พี่ยุทธกล่าว

ราวเที่ยงคืนได้มีเสียงบ้างอย่าง เพื่อนผมเต็นท์พังไปเรียบร้อย!!!!! ป้อมครับ เต็นท์หัก พังทั้งหลัง นอนไม่ได้เลย เป็นสาวบ้านแตก ต้องไปขออาศัยเต็นท์เพื่อนๆ ตอนแรกขอนอนกับเพื่อนโอ๋ เราก็เป็นห่วงกลัวป้อมจะไปทำไรโอ๋ ถัดมาจะนอนกะผม ไอ้เราก็กลัวไม่ปลอดภัยเลยเรียกน้องจูน ให้รับป้อมไปเล่นดลตรีไทยกันสองคนจนเช้า…..^^….



ต้องลงแล้ว เร็วจริงๆ

ตื่นมาก็ซ่อมเตนท์กันก่อนเลย

เช้ามาเราจัดการอาหารแล้วเตรียมตัว ลงพื้นราบราว เก้าโมงครึ่ง เดินไปถ่ายรูปกันไป ก็ราวบ่ายสองก็ถึง

เรา ทุกคน คาดหวังว่าลงมาถึงแล้วจะมีโค้กเย็นๆ เบียร์วุ้นรอเราอยู่ แต่!!!! ยังไม่มาครับ รถที่ต้องมารับเรา กับเครื่องดืมที่เรารอคอย ยังมาไม่ถึง รออีกราวร่วม ชม. ได้ พอมาก็ไม่รอช้า จัดกันเต็มที่ เรื่องนี้บอกเลยครับ ประสบการณ์ล้วนๆ เพิ่อนๆ ที่ไปเดินที่ไหน อย่าลืมสั่งเครื่องดื่มที่ต้องการ ให้พี่เจ้าหน้าที่เตรียมไว้รอตอนลงมาถึง มันเป็นอะไรที่สุดยอดดดดดดดมากขอบอก

ระหว่างเดินลง ก็แวะถ่ายภาพกันไปเรื่อยๆ ช่วยให้หายเหนื่อยได้ดีทีเดียว

จากนั้นอาบน้ำอาบท่า แล้วไปจัดอาหารเย็นที่ร้าน อาหารป่า ลุงชาป้าปุ้ย …. จัดกันเต็มที่ ทั้งปลาไหล ปลาคัง กบ ส้มตำ หมูป่า หมูกรอบ ฯ

แวะวัดไหว้พระกันหน่อย

แล้วไปไหว้พระที่ วัดหลวงพ่อทันใจ ขอพร ทำบุญเสร็จ ก็ไปสั่งลาแสงเย็นกันที่สะพานข้ามน้ำปิง ที่บ้านตาก แล้วมุ่งน้ากับบ้านกัน ฝ่าสายฝน กระหน่ำตลอดทาง สายชลถึงบ้านประมาณตีหนึ่งพอดี จบทริปเขาหลวง จังหวัดตากแต่เพียงเทาานี้ กับค่าใช้จ่ายคนละ 1,300 ไม่รวมค่ารถแล้วแต่ไปหารกันเอง…….^_^……. เจอกันใหม่ทริปหน้านะครับ

ก่อนสิ้นแสงในวันสุดท้ายของทริปนี้ เราแวะมาจัดแสงเย็นกันทีนี้ครับ

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย

  1. การติดต่อเดินทาง ติดต่อได้ที่ สำนักงานเทศบาลตำบลทุ่งกระเชาะ
  2. เตรียมน้ำดื่มให้เพียงพอต่อการเดินขึ้น ไม่ต้องกลัวหนักใช้หมดแน่นอน
  3. ทากเยอะ โดยเฉพาะช่วงเดินผ่านป่ากล้วย และในเขตป่าแถวที่พัก