Trekking Trip : สันหนอกวัว

13-15 พฤศจิกายน 2558

น้องจูน กับพี่เอ็ม สายแข็งฝั่งชล ที่สะพานมอญ

สันหนอกวัว อุทยานแห่งชาติเขาแหลม กาญจนบุรี สมาชิกร่วมอุดมการณ์ (ความลำบาก) รวมทั้งหมด 9 ชีวิต ทั้งคนแก่ สายอ่อน สายแข็งคละเคล้ากันไปแล้วแต่อายุแล้วแต่สไตล์ สายแข็งฝังชลบุรี 4 ชีวิต น้องจูนจอมถึก เจ๊เอ็มจอมพริ้ว พี่แว่นนินจา และพี่ติ๊ก เจษฐ์ (ตรูเองงงงงงงงงง ^_^) และสาย กทม. อีก 5 พระหน่อ นำทีมโดยพี่บิ๊กสายแลนด์ น้องๆ ขอยกให้เป็นประธานทริปไปเลย!!!! ตามด้วยพี่พรชัย สายธง พี่ยุทธ์ สายฮา และไอ้ป้อมสายเมา ไอ้ขิก สายแฮ็งค์ (เล่นเอาเพื่อนผมเสียอาการไปเลยทริปนี้) เรื่องนี้ผมไม่อยากจะพูด 555+

กระผมเอง นก เนวิเกอร์เตอร์

สายชลออกเดินทางล้อหมุนจากชลบุรีราวเที่ยงคืนครึ่ง นัดเจอก๊วน กทม. แถวบางบอนและมุ่งหน้านครปฐมด้วยเส้นเพชรเกษมเพื่อไปสู่จุดหมายปลายทางที่สะพานมอญสังขะ จังหวัดกาญจนบุรี ไปหาอะไรใส่ท้องยามเช้าตามอัธยาศัย รถสองคันห้อตะบึงฝ่าความมืดและความหนาวเย็นในช่วงเดือนพฤศจิกายน ไปอย่างรวดเร็วราวพายุเหาะ ระหว่างทางเรามีแวะบ้างประปราย เติมน้ำมันเติมพลังคนแล้วก็เดินทางต่อ

 



เช้าวันที่แรกที่สะพานมอญ

เรามาเฝ้ารอแสงเช้ากันที่นี้ กว่าจะได้ภาพแบบนี้ รอกันนานเลย

พวกเรามาถึงสังขะตอนตี 5 เศษๆ ทำเวลาได้ดีทีเดียว ก๊วนของเรารอแสงยามเช้าเพื่อชักภาพกันคนละ สิบรูปยี่สิบรูป แล้วแต่จินตนาการของแต่ละคน พอเสร็จสรรพก็มุ่งหน้าสู่ตลาดสังขะ เพื่อหาอะไรใส่ท้อง ใครใคร่ขาหมูก้อขาหมู ใครใคร่กระเพราก้อกระเพรา หรือบางคนจะจัดเป็นต้มเลือดหมูก้อแร้วแต่

พออิ่มท้องมีแรงเราจัดอาหารกลางวันใส่ห่อที่ตลาดนี้โดยเลือกเป็นหมูปิ้งกับไก่ย่างพร้อมข้าวเหนียวเพื่อผูกเอวติดท้องไปกินกลางวันขณะเดินขึ้นเขา เมื่อเตรียมเสบียงเรียบร้อยแล้วเรามุ่งหน้าสู่ที่ทำการอุทยาน เพื่อออกเดินเท้ามุ่งหน้าสู่ยอดสันหนอกวัวที่ระดับความสูง 1,767 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง โดยคาดการณ์เวลาในการเดินเท้าราว 5-6 ชั่วโมงตามคำบอกเล่าของเจ้าหน้าที่ (ผมแอบนึกในใจอยากโชว์สายแข็งชลบุรีเป็นที่ประจักษ์ให้เจ้าหน้าได้เห็นว่า 4 ชั่วโมงเศษเราน่าจะถึงที่หมาย)

ระหว่างการเดิน เราก็เคลียร์ของที่เราเตรียมมา กันหน่อย เพื่อคลายความหิว

ทริปนี้เรามีเจ้าหน้าที่นำทาง 1 นาย กับ ลูกหาบอีก 2 คน เพื่อรองรับกับเสบียงที่ต้องอยู่ในป่าอีก 2 คืน เราพร้อมออกเดินเท้าย่างก้าวแรกเวลา 11.40 น. กับระยะทางราว 7 กิโลเศษๆ ตามระยะของแอพพลิเคชั่นของโทรศัพท์ที่จับได้ เจอฝนบ้างพอให้ชุ่มฉ่ำประปรายระหว่างทาง

ระหว่างทางเราเจอฝนตกเล็กน้อย พลอยทำให้บรรยากาศสดชื่น และดูมีความสวยงามมากขึ้น

แต่เป็นไปอย่างที่คิด ชุดแรกที่เราส่งเข้าประกวดคงไม่ต้องบอกว่าใครแต่ขอย้ำชื่ออีกที ย่างก้าวสู่พื้นที่เป้าหมายเพื่อจับจองจุดกางเต๊นท์ก็ไม่ใช่ใครอื่น นั่นคือ!!!! น้องจูนจอมอึด พี่เอ็มจอมพริ้ว และพี่แว่นนินจา ถึงเวลา 15.40 น. โดยชุดหลังๆตามกันมาติดๆทั้งกันไม่เกินครึ่ง ชม. ตามลำดับ พอครบองค์ประชุมเราจัดเตรียมที่พักท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย หามุมกางเต๊นผูกเปลตามชอบใจ ด้วยคำแนะนำของพี่เจ้าหน้าที่อุ๊ย ลืมเล่า!!! ขอเล่าถึงไอ้เจ้าหน้าที่คนนี้หน่อยแม่งถึกใช้ได้ในขณะที่เรากำลังเดินขึ้นพี่แกเพิ่งลงมาส่งชุดก่อนหน้าเราพร้อมกับรับชุดผมเดินขึ้นโดยทันที สรุปรวมพี่แกอยู่ 3 คืน ถึกแท้ๆๆๆ

เมื่อถึงจุดพักในคืนแรก เราก็จัดแจงปรัมพิธี กางเต็นท์ ผูกเปล และทำอาหารเย็นกินกัน โดยมีพี่บิ๊กเป็นพ่อครัวใหญ่ประจำทริปนี้
พี่บิ๊กพ่อครัวใหญ่ประจำทริป

กลับมาเรื่องที่พัก หลังจากที่จัดเตรียมกันเสร็จสรรพแล้วเราก็ไม่รอช้ากับอาหารมื้อแรกของเรา ขอบอก อร่อยฝุดๆ แต่ไฮไลท์ไม่ได้อยู่ที่อาหารมันอยู่ที่เครื่องดื่มหลังอาหาร ขอออกตัวไว้ก่อนว่า ปกติแล้วกลุ่มผมไม่เน้นเครื่องดื่มแอลล์กอฮอล์เท่าไหร่ แต่คืนนี้แม่งคุยกันถูกคอสัสสส เล่นเอาเพื่อนผมเดินกลับเต๊นท์ไม่ถูกเลยทีเดียว โดยการดูแลของเพื่อนป้อม ส่งแบบไม่ขาดสายจบคืนแรกเราแยกย้ายนอน

 

 

อาหารเย็นของพวกเรา จัดเต็ม เติมพลังกันแบบเต็มที่ เมนูกุนเชียงได้รับการสนับสนุนจาก "เฮงง่วนเฮียง" กับข้าวประจำในทุกทริปของพวกเรา

ตกกลางคืนก็ได้ดาวกันมานิดหน่อย ดาวบนดินกับดาวบนฟ้า บางทีก็แยกไม่ออกเท่าไหร่น่ะ ว่าดาวหรือจุดรบกวน 555

เช้าวันที่สอง เดินไปสู่จุดหมายอันไกลโพ้น

แสงแรกของเช้าวันที่สอง นักเดินทางขึ้นมาชมความงามกันมากมายทีเดียว

รุ่งสางวันที่ 14 พ.ย.58 สายกล้องแยกย้ายกันถ่ายรูปจับภาพแสงยามเช้ากับแสงพระอาทิตย์กันพักใหญ่แร้วกลับมาจัดการอาหารเช้าเก็บสัมภาระพร้อมกับน้ำอีกคนละ 4 ลิตร เป็นอย่างน้อยมากสุด 6 ลิตร เพราะเนื่องจากที่พักต่อไปของเราไม่มีแหล่งน้ำ

นี่หล่ะ คือยอดดอยที่เรียกกันว่า สันหนอกวัว วันที่สองเราจุดหมายของพวกเราคือแนวเขาทางด้านขวาของภาพนี้

 

ระหว่างทางเมื่อมองย้อนกลับไปที่ จุดชมวิวของคืนแรก

ก่อนอื่นขอรายงานความบอบช้ำของร่างกายก่อนออกเดินทาง พี่แว่นนินจา ทำความสนิทสนมกับทากและคุ่นที่เป็นเพื่อนใหม่กันแบบสนิทชิดเชื้อ (พี่แกไม่รู้เป็นอะไรโดนอยู่คนเดียว 55+)

ผู้พิชิต แต่เราจะไปพิชิตให้ไกลกว่านี้

จุดที่ 2 ที่เราจะไปนอนขอบอกเลยว่ากลุ่มของเราเป็นชุดแรกของปีนี้ที่เข้าถึง แต่บอกตรงนี้เลยว่าสุดคุ้มค่าไม่เสียแรงที่บากบั่นกันขึ้นไปเพราะได้ทั้งแสงเย็นและแสงเช้าวันที่ 15 พ.ย. 58

 



 

แสงเช้าวันที่สาม จากจุดที่เราพักแรมกัน

วันที่สาม ตื่นเช้ามาพบกับความงาม

บรรยากาศในแบบที่ไม่มีใครเลยนอกจากกลุ่มของพวกเรา

ตื่นเช้ามาก่อกองไฟ ไล่ความหนาวพร้อมทำอาหารเช้า

มีหมอกบางๆ ทำให้หายเหนื่อย

เช้าวันที่ 15 พ.ย. 58 เราเสพย์บรรยากาศยามเช้าแบบทั่วถึงทุกคนพร้อมกับทำอาหารเช้าเพื่อเตรียมตัวเดินเท้าลงเขา โดยตั้งเป้าออกเคลื่อนที่ 9.00 น. ก็เหมือนขาขึ้นผมคิดในใจว่าสายแข็งผมทำเวลาดีแน่นอน แล้วก้อไม่ผิดหวัง พวกหล่อนๆ ถึงพื้นราบกันแบบน่าตกใจกับเวลาถึงตอน 11.30 น. สุดๆ ขอบอกกับระยะทางรวม 9 กม. เศษ

น้องจูนจอมอึดพักระหว่างทาง

จุดเด่นมันอยู่ที่ก๊วนของเราลงมาถึงก็มีโค้กเย็นๆ พร้อมเบียร์เย็นๆ เสริพ เพราะประสบการณ์มันสอนว่าการวางแผนที่ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง เล่นเอาสายตากว่า 20 ชีวิตของก๊วนอื่นอิจฉาไปตามๆกัน แล้วพาลกันถามว่า “พวกเมิงเป็นคัยกันฟร๊ะ” หลังจากที่เราได้ความร้อนจากสายตาคนอื่นแล้วพวกเราก็มุ่งเดินทางกลับที่ทำการ เพื่ออาบน้ำล้างตัวเพื่อเดินทางกลับบ้านกันต่อไป โดยแวะกินข้าวและเคลียร์ค่าใช้จ่ายกันที่ร้านส้มตำ “สารคามแซ่ปเวอร์” ที่ทองผาภูมิ แนะนำครับรสชาติเค้าใช้ได้เลยทีเดียว

เคลียร์ค่าใช้จ่ายรวมทุกสิ่งอย่างแล้ว ไม่รวมค่าน้ำมันของแต่ละคันซึ่งต้องไปหารกันเองของแต่ละคันเป็นเงินทั้งหมดตกหัวละ 1600 บาทไทย ถูกโคตร!!!!!!!! กับ 3 วัน 2 คืน จากนั้นแยกย้ายกันเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ เจอกันใหม่ทริปหน้าครับ ผืนป่าตะวันตก


ข้อมูลการติดต่อ

หน่วยพิทักษ์ป่าอุทยานแห่งชาติเขาแหลม (ป้อมปี่)
ตำบล ปรังเผล อำเภอ สังขละบุรี กาญจนบุรี 71240

0 3451 0431

 http://park.dnp.go.th

ระดับคะแนน

 ระดับความสูง
ระดับความยาก
จุดพักแรม
 ความสวยงาม