Photo Trip : อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด

อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

17-18 มีนาคม 2561





เริ่มต้นจากช่วงปีนี้ ทุกคนในก้วน มีภาระมากมายแตกต่างกันไป การเดินป่าในปีนี้เลยเงียบเหงาหน่อย ทำให้ความอยากออกไปเที่ยวมันเข้มข้นขึ้นมาก เราคุยกันแบบเร่งด่วนภายในเวลาอันจำกัด ว่าจะไปล่าช้างกันแบบ non stop ใช้เวลาให้คุ้มกับที่เรามีเหลืออยู่นิดหน่อย ผม พี่บิ๊ก หัวหน้าเผ่า และพี่พรชัย รวบรัดเอาว่าจะไปล่าช้างกันที่ อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด โดยเริ่มต้นเดินทางคืนวันเสาร์และกลับคืนวันอาทิตย์ แบบไม่แวะค้างที่ไหนเลย พี่บิ๊กจึงตั้งชื่อทริปนี้ว่า “Turn To Trees Photo Marathon @สามร้อยยอด”

แผนคร่าวๆ ของพวกเรา 3 คนในครั้งนี้ก็คือ ออกจาก กทม. ด้วยรถของพี่บิ๊กเวลาประมาณ 21.00 น. เพื่อเดินทางไปที่ บึงบัวสามร้อยยอด อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หาที่ถ่ายทางช้างเผือก พอเช้าไปขึ้นเขาแดงรอพระอาทิตย์ขึ้น หลังจากนั้นก็ไปถ้ำพระยานคร พอบ่ายๆ ก็เดินทางกลับไปถ่ายพระอาทิตย์ตกแถวนาเกลือบางตะบูน แล้วเดินทางกลับ น่าจะถึง กทม.ประมาณ 21.00 น. เช่นเดิม รวมแล้วก็ 24 ชม.พอดี ตามที่คาดการณ์ไว้

เตรียมพร้อมกันอย่างดี เพื่อไปกางเต็นท์ ล่าแสงเหนือ

เริ่มต้นเดินทาง

ทริปนี้เราล้อหมุนออกจาก กทม. ย่านบางบอนบ้านผมราวๆ 21.30 น. ช้าจาก ที่ตั้งใจไว้นิดหน่อย แต่ก็ไม่ถือว่าเสียหายอะไร พลขับมือหนึ่งคือพี่บิ๊กของเรา ใช้เส้นทางถนนพระราม 2 แล้วตัดเข้าถนนเพชรเกษม ที่แยกวังมะนาว

แผนการถ่ายภาพ




เริ่มล่าช้างกันที่สามร้อยยอด

แต่ไม่เป็นดังใจต้องการมากนัก เพราะช้างยังไม่มาตามนัด และเมฆค่อนข้างเยอะ มุมแปลกตา อย่างที่คิดไว้เลยได้แต่ถ่ายบรรยากาศของแสงสีเล่นๆ กันไปพลาง

เหวี่ยงไฟก่อนจาก ไม่มีไรเล่น ช้างไม่มาตามนัด

ใช้เวลาอยู่ที่นี้กันนานทีเดียว และลงความเห็นว่า กว่าช้างจะมาคงสูงมากแล้ว เนื่องจากฉากหน้าเป็นทิวเขา ที่จะบังช่วงที่ช้างกำลังขึ้น จึงตัดสินใจย้ายที่ ไปมุมมหาชนคือ “บึงบัวสามร้อยยอด”

.

จากจุดนี้ระยะทาง ประมาณ 40 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 40 นาทีได้ ไปกันเลย… หากแต่พอไปถึงบึงบัวดันปิดปรับปรุงซะงั้น แต่เราก็ขอเข้าไปดูหน่อยล่ะกัน สรุปก็เหมือนเดิม คือมุมมันไม่ได้และสะพานไม้ที่ชำรุดมากเกินกว่าจะเดินไปได้ไกล

บึงบัว ยังไม่เห็นวี่แววของช้างโขลงใหญ่

คุยกันว่าสงสัยจะอดเหมือนเดิม เมฆก็เยอะ คืนนี้คงแห้วแล้วล่ะพวกเรา… ออกจากที่นี้กันเถอะ ค่อยๆ ขับออกจากบึงบัวไปได้สักหน่อย ก็เจอกลุ่มนักล่าที่บริเวณหน้า โรงเจลุ่ยอิมยี่เขาสามร้อยยอด ก็จอดคุยทักทายกันเล็กน้อย เพราะเราเล็งเห็นแล้วว่าตรงนี้ไม่ได้แน่นอน เนื่องจากแสงไฟจากโรงเจสว่างมากเกินไป

ในที่สุดเราก็จับช้างได้แล้ว

ณ ตอนนั้นเวลาเกือบตีสาม ในใจคิดว่าเราคงจะกลับไปที่เขาแดง เพื่อเตรียมตัวขึ้นไปเก็บแสงแรกของวันใหม่ดีกว่า แต่ขับเลยโรงเจมาเล็กน้อย เราก็ได้มุมโดยบังเอิญ และมองเห็นว่าช้างมาแล้ว จอดรถสิครับ รออะไร ที่นี้เราถ่ายกันเพลิดเพลินเลย สักพักกลุ่มที่อยู่หน้าโรงเจก็ตามมาสมทบอีก เราเก็บช้างกันจนประมาณ ตี 5 ฟ้าก็เริ่มสว่าง

 

อดไม่ได้ ยังไงพวกเราก็จะต้องมีเหวี่ยงไฟ
ใบสุดท้าย ภาระกิจครั้งนี้ถือว่าเป็นไปได้ตามเป้าหมาย

ยามเช้าที่หาดสามร้อยยอด

เนื่องจาก การขึ้นเขาแดงต้องใช้เวลา แล้วเราเดินทางไม่ทันแสงเช้าแน่ๆ จุดหมายเลยเปลี่ยน เพราะทริปนี้แผนคือไม่มีแผน ไป 3 คน เราปรับเปลี่ยนกันได้ตลอด

ไปเก็บแสงเช้า กันที่หาดนี้กัน พอไปถึงฟ้าสว่างแล้วแต่พระอาทิตย์ยังโดนเมฆบังอยู่ ได้เห็นวิถีชาวประมงต่างๆ เก็บภาพกันพอสมควร เกือบ 8 โมงเช้า แต่อากาศร้อนยังกับเที่ยงวัน ไปดีกว่า

จ้องจะถ่ายอย่างเดียวเลย

จุดหมายต่อไปของพวกเราคือถ้ำพระยานคร





ถ้ำพระยานคร ต้องขึ้นเขากันหน่อย

มาถึงที่ชุมชนบ้านบางปู ราว 8 โมง เพราะยืนเคารพธงชาติกันที่นี้ ถ่ายภาพชุมชนชาวเล และจัดมื้อเช้าด้วยข้าวเหนียว ไก่ปิ้ง หน้าวัดบางปู

แวะหาอะไรกินกันก่อน แถวๆ นี้ ได้มุมถ่ายรูปด้วย

เข้าไปที่อุทยานเพื่อเดินขึ้น ค่าเข้าคนล่ะ 30 บาท เราไม่นั่งเรือเลยไม่ได้ถามค่าเรือมา เดินขึ้นเขาลูกแรกชิวๆ ถ่ายรูปไปเรื่อยๆ

จุดชมวิวระหว่างทาง

พอขึ้นเขาลูกที่สอง ที่ไปสู่ถ้ำพระยานคร โหดใช้ได้ ด้วยอากาศที่ร้อนมากด้วยในวันนี้ แต่เป็นสิ่งดีเพราะท้องฟ้าสดใสมาก เราเหนื่อยและทำให้นึกถึงดอยหลวงตากผสมกับดอยหลวงสุโขทัยกันทีเดียว แต่มันไม่โหดเท่าหรอกน่ะ เดินง่ายกว่าเยอะ

.

ไปถึงพลับพลาก็ราวๆ เกือบเที่ยง พระอาทิตย์ยังคงส่องลงมาไม่ถึงตัวพลับพลา ผมได้ดูแล้วช่วงนี้แสงไม่ส่องที่ตัวพลับพลาเต็มองค์แน่ ได้แค่เฉียดๆ ก็เป็นอย่างนั้น เจ้าหน้าบอกต้องช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ ถึงจะส่องเต็มองค์

เดินกลับกันดีกว่าหิวข้าวเที่ยงล่ะ นี้ก็เกือบบ่าย 2 กว่าจะเดินออกมาที่จอดรถก็บ่าย 3 โมง หิวสุดๆ “ยกซดซีฟู้ด” คือจุดหมาย ไม่ไกลจากวัดบางปูมากนัก อาหารที่นี้อร่อยมาก จัดไปเบ็ดเสร็จประมาณ 700 บาท ดีและถูก

เดินข้ามเขากันอีกรอบ มองเห็นนักท่องเที่ยวที่ไม่อยากเดินก็มีบริการเรือรับ-ส่ง

เดินทางกลับแต่ไม่กลับจริงๆ

ออกจากร้าน ด้วยความร้อนและง่วง ต้องไปหาที่อาบน้ำหน่อย แวะปั้มน้ำมันแถวบ้านพุน้อย ปั้มใหม่ มีห้องอาบน้ำสบายตัวเลย เตรียมตัวนอน เอ้ย… ไปกันต่อ

.

จุดหมายต่อไปคือ นาเกลือกับแสงเย็นที่บางตะบูนกับเวลาเกือบ 2 ชั่วโมงก่อนพระอาทิตย์ตก เรามาทัน

สว่างกันเลยทีเดียว

ได้นาเกลือก่อนพระอาทิตย์และอยู่กันที่นี้จนฟ้ามืด เจอกลุ่มช่างภาพอีกกลุ่มใหญ่ ที่ขับผ่านมาทีหลัง ซึ่งเขาก็ไปล่าช้างมาเหมือนกันแต่คนละที่กับเรา

เดินทางกลับกันจริงๆ เสียที ถึงบ้านก็ราวๆ 21.00 น. 24 ชั่วโมงพอดี เบร็ดเสร็จค่าใช้จ่ายทั้งหมด ทั้งค่ากิน ค่าน้ำมันตกคนล่ะ 1,300 บาท คุ้ม เหนื่อย และสนุก


เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย

  1. ช้างที่นี้โหดมาก เห็ดชัดเจน
  2. มีแสงรบกวนจากทะเลนิดหน่อย แต่ก็ดีทำให้ภาพดูมีมิติขึ้น
  3. ควรศึกษามุมถ่ายไปให้ดี เพื่อลดเวลาการหามุม
  4. หาดสามพระยา ยามเช้าสวยมาก
  5. หากไปถ้ำพระยานครแล้วได้แสงสวยๆ ไปช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์
  6. แนะนำร้านอาหาร ยกซด อร่อย ถูก
  7. การถ่ายภาพนาเกลือ ควรขออนุญาติเจ้าของสถานที่และปฎิบัติตัวดัวยความเคารพต่อเจ้าของสถานที่ด้วย