Photo Trip : แม่กลางหลวง บ้านป่าบงเปียง ตอน 1

10-12 กันยายน 2559

ทริปนี้เป็นทริปพักผ่อนแบบชิวๆ เน้นเที่ยวถ่ายภาพกันสนุกๆ ไม่ได้เข้าป่า ไปบุกป่าฝ่าดง เหมือนแบบเคยๆ ของกลุ่มเรา เมื่อเป็นเช่นนี้ สมาชิกสายที่ชอบเดินถึก เดินทน ชอบลำบากเลยไม่ได้มาด้วยกัน เช่น พี่นก เนวิเกอร์เตอร์, พี่แว่นและพี่เอ็ม เป็นต้น



ครั้งนี้เราจึงรวบรวมสมาชิกทั้งหน้าเก่า หน้าใหม่ ได้ทั้งหมด 8 คน นำโดยหัวหน้าเผ่า หัวหน้าทริปในครั้งนี้ของพวกเราคือ “พี่บิ๊ก สายแลนด์” ตามมาด้วยท่าน “กำนันพรชัย” ผู้ซึ่งเป็นคนที่ดูแลลูกบ้านล้อหมุนฯ ในทุกๆ ทริป จนพวกเรายกให้แกเป็น พี่พรชัย สายอุปกรณ์ อีกคนที่ขาดเลยไม่ได้คือ “พี่ยุทธ สายฮา” คู่หูพี่พรชัย (นิคเนมแกอีกอย่างคือ ท่านมหายุทธ) “สหายป้อม” สายเมาก็มาด้วย “น้องจูน” ฝั่งชล สายอึด นี้ก็ขาดไม่ได้ ตามมาด้วยสมาชิกใหม่อย่าง “น้องปัญดาว” จากชลบุรีเพื่อนสาวของน้องจูน “พี่เปรี้ยว” สายประสานงาน (เดี๋ยวจะเล่าถึงแกในย่อหน้าถัดไป) และตัวกระผมเองคือน้องโอ๋

สมาชิกของทริปนี้ ขาดแต่คนถ่าย รถไม่ค่อยมี นั่งมันกลางถนนซะเลย

ขอเล่าเรื่องพี่เปรี้ยวสักนิด ทริปในครั้งนี้ก้วนเราได้รับความอนุเคราะห์ จากทางพี่เปรี้ยว ที่ช่วยประสานงานติดต่อเช่ารถตู้ แบบให้พวกเราขับกันไปเองได้ ทำให้การเดินทางของพวกเราในทริปนี้ สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ต้องยกความดีความชอบให้แกเลยทีเดียว

พี่เปรี้ยวผู้ซึ่งทำให้การเดินทางของพวกเราในครั้งนี้ สะสดวกสบายมากยิ่งขึ้น

กลับมาเรื่องการเดินทางกันต่อ เราเริ่มต้นนัดหมายกันที่บ้านของผมย่านบางบอน ตอนประมาณ 20.00 น. โดยพี่พรชัยเป็นคนไปรับรับรถมาพร้อมพี่เปรี้ยว ส่วนตัวผมเองไปรับพี่ยุทธจากย่านพระรามเก้า แล้วก็รอพี่บิ๊ก ซึ่งรับน้องจูนและปัญดาว มาจากทางชลบุรี เมื่อทีมงานรวมตัวกันที่บางบอนจนครบแล้ว ก็เดินทางมุ่งไปยังปากเกร็ด เพื่อไปรับสหายสาวป้อม จากนั้นการเดินทางมุ่งสู่จังหวัดเชียงใหม่ ก็เริ่มต้นขึ้น

โดยหน้าที่พลขับของเราในครั้งนี้ 2 คน มือ 1 ของเราคือพี่พรชัย ของน้องๆ แกขับได้อย่างมั่นใจและชำนาญในเส้นทาง โดยมีพี่บิ๊กเป็นมือ 2 คอยสอดแทรก โดยมีการแวะพักเป็นระยะๆ เพื่อลดอาการความเมื่อยล้าของคนขับ

เช้าวันแรก

รถตู้คอมมูเตอร์ คันใหญ่ พาพวกเรามุ่งเข้าสู่จังหวัดลำพูน (เราใช้เวลาเดินทางกันช้ากว่าที่เราตั้งเป้าไว้เล็กน้อย) กำลังจะเข้าเขตจังหวัดเชียงใหม่ เราใช้ถนนทางหลวงชนบท 6034 ลัดเลาะมาแนวแนวเขาไปเรื่อยๆ จนเห็นท้องฟ้าเริ่มทอแสงสีทอง ในเวลาเช้าของวันใหม่ พวกเราเงยหน้าขึ้นไปมองพร้อมความงังเงีย ของใครบางคน เราสังเกตเห็นหลังคาอาคารคล้ายวัด อยู่บนยอดเขาทางด้านหน้า จึงตัดสินใจว่าเราน่าจะลองแวะดู เพื่อจะได้พักและได้ชมวิวถ่ายภาพมุมสูงและจิบกาแฟยามเช้ากันไปเลย เพราะทริปนี้เราชิวๆ สบายๆ ไม่เร่งรีบ กันอยู่แล้ว

บรรยากาศยามเช้าที่จุดชมวิว วัดดอยหลังถ้ำ
อิ่มหมี พลีมัน กันแล้วก็เก็บของขึ้นรถไปลุยกันต่อ

เมื่อเราขับมาถึง สถานที่แห่งนั้นก็คือ วัดดอยหลังถ้ำ ซึ่งเขามีลานสถานที่เอาไว้ชมวิว พอดีเสียด้วย เราก็เลยจัดกันตรงนี้เลย โดยเราเตรียมเตาและอุปกรณ์ทำครัวมาประมาณนึง เอาเตามาวางต้มน้ำชงกาแฟกัน ส่วนใครจะไมโล โอวัลติน ก็แล้วแต่ พอท้องหนักปุ๊บก็พักผ่อนกันเล็กน้อย ถ่ายภาพ ชมวิวก็ตามอัธยาศัย

เมื่อได้ที่แล้ว ก็ออกเดินทางกันต่อ จุดหมายของเราคือ อุทยานแห่งชาติ ดอยอินทนนท์ โดยพี่บิ๊กเป็นคนติดต่อบ้านพักในคืนแรกไว้ที่ แม่กลางหลวง ชื่อ “คีรีมายา แม่กลางหลวง” เป็นบ้านพักใหญ่ ที่มี 2 ห้องนอน มีชานบ้านอยู่ตรงกลาง สำหรับให้พวกเราทำกับข้าวและนั่งเล่นได้ แม่กลางหลวงนี้ก็เป็นหมู่บ้านที่ปลูกข้าวเช่นเดียวกัน แต่พื้นที่ไม่สูงชันมาก ออกไปทางเป็นแนวราบมากกว่า

บรรยากาศที่แม่กลางหลวง ในตอนเช้าของวันแรก

ก๊วนเราเดินทางมาถึงประมาณ 9.30 น. เมื่อติดต่อที่พัก และจัดเก็บข้าวของกันพอสมควร เราก็เดินทางต่อไปยัง จุดชมวิวที่ทางหลวง 1009 กม.ที่ 41 โดยจุดนี้เราตั้งความหวังกันไว้ว่าจะต้องเก็บภาพที่นี้ให้ได้ แต่ด้วยสภาพอากาศเวลา 10.30 น. ยังเต็มไปด้วยหมอกหนา แสงแดดแทบไม่เห็น เราก็เลยได้แต่เพียงมาปักหมุน สำรวจมุม เอาไว้เพื่อมาใหม่ในเช้าวันรุ่งขึ้นต่อไป

 

 

บรรยากาศเช้าๆ ชาวบ้านเดินทางออกมาทำงาน ที่แม่กลางหลวง

อ่างกาหลวงคือจุดหมายถัดไป ไปจากจุดชมวิวไม่ไกล เราใช้เวลากับจุดนี้ค่อนข้างนาน เพราะด้วยขนาดพื้นที่ ความชุ่มชื่น และความงามของมันทำให้เราได้ถ่ายภาพกันแบบ nonstop กันเลยทีเดียว เวลาที่เรามาถึงก็ เกือบเที่ยงวัน อากาศค่อนข้างร้อนแม้จะไม่ค่อยมีแสงจากดวงอาทิตย์ส่องลงมาถึงพื้นก็เถอะ แต่พอเราเดินเข้าไปในเขตอ่างกาหลวง ความหนาวยะเยือกก็ออกมาต้อนรับ กันแบบหนาวสะท้านกันเลยทีเดียว

ที่นี้ความสมบูรณ์ค่อนข้างมากเลยทีเดียว มอสส์ และเฟิร์น เจริญเติบโตได้ดีมาก รวมทั้งนก และสัตว์น้อยใหญ่อาศัยกันอยู่เต็มไปหมด

ธรรมชาติที่นี้ อุดมสมบูรณ์มาก เราเข้ามาในนี้สัมผัสได้ถึงความหนาวเย็นสุดๆ ต่างจากอากาศข้างนอกอย่างมากมาย
นกนาๆ ชนิด อาศัยอยู่อย่างมีความสุขกันเลยครับ สำหรับที่นี้

กว่าที่เราจะได้ออกจากจุดนี้ก็ราวๆ 13.30 น. ความหิวเริ่มเข้ามาทักทายมากขึ้นแล้ว จึงตัดสินใจขับรถกลับมาเพื่อหาอะไรกินกันที่ “ร้านครัวมิตรภาพ” บริเวณใกล้ๆ สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ เมื่ออิ่มหมีพลีมัน กันล่ะ ก็ไปเดินย่อยอาหารกันที่ สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ ที่นี้สวยงามมากผมชอบพันธุ์ไม้ดอกที่นี้ที่สุด ด้านหน้าก็มีบ่อน้ำแถมเลี้ยงหงส์ ไว้ให้เราถ่ายรูปเล่นด้วย เมื่อเดินเข้าไปลึกจนสุด ก็จะพบกับน้ำตกสิริภูมิ ดูยิ่งใหญ่และสวยงามมากๆ

น้ำตกสิริภูมิ ซ่อนตัวอยู่ด้านในสุดของโครงการ



เรากลับมาที่พักราวๆ 17.00 น. ก็แวะถ่ายรูปเล่นกันอีก เพราะกินข้าวกันตอนบ่ายกว่า เลยยังรู้สึกอิ่มๆ กันอยู่ เราวางแผนกันทำข้าวกินกันเองช่วงเย็นวันนี้ โดยเริ่มจัดแจงกันประมาณ 6 โมงเย็น ซึ่งอากาศกำลังเริ่มเย็นๆ เราทำอาหารกันง่ายๆ ช่วยกันทำ พี่บิ๊กเป็นพ่อครัวหลักอีกแล้ว แต่ครั้งนี้มีพี่เปรี้ยวเป็นแม่ครัวหลักอีกคน พี่บิ๊กเลยสบายขึ้นเยอะเลย

แวะถ่ายภาพกันก่อนเข้าที่พัก ที่แม่กลางหลวง
นาขั้นบันได เตี้ยๆ ไปก่อนน่ะ ในวันแรก

เมื่ออิ่มเป็นที่เรียบร้อย พวกเราก็ท้าทายความหนาวด้วยรีเจนซี มีสหายป้อม เป็นคนรินแจก ดื่มเพลินๆ ไปเรื่อยๆ ความหนาวเย็นก็เพิ่มมากขึ้น สัก 22.00 น. ก็ชวนกันออกไปหาที่ถ่ายรูปเล่น กะว่าจะได้ดาวสักดวงแต่ก็หามีไม่ เพราะดาววันนี้ขี้อาย เจอฟ้าปิดไปหน่อยเดียวก็ไม่ค่อยยอมโผ่ลมาอีกเลย เลยได้แต่นาข้าวเวลากลางคืน กับเมฆและหมอกเต็มๆ 5555

วิวที่ห้องพักของเรา มองเห็นหมอกไหลแบบชิวๆ

จากนั้นก็แยกย้ายกันนอน ห้องใหญ่ใช้ได้เลย ชายห้องนึง ผู้หญิงอีกห้อง ห้องละ 4 คนพอดีๆ เลย

หลงเสน่ห์ป่าบงเปียง ตอนที่ 2