Photo Trip : แม่กลางหลวง บ้านป่าบงเปียง ตอน 2

10-12 กันยายน 2559

วันที่สอง เราไปลุยกันได้เเล้ว

วันนี้เรารีบไปยังจุดชมวิวกะว่าจะได้ภาพแสงเช้าสวยๆ แต่ก็หาได้เป็นแบบนั้นไม่ เรามองอะไรแทบไม่ได้ ได้แต่หมอกกับหมอกหนาทึบ กลายเป็นว่าเช้านี้เหมือนเรามาเปลี่ยนที่กินกาแฟกัน แถมยังโคตรจะหนาวเลย


ช่างเป็นเมืองในหมอกจริงๆ มองไม่เห็นอะไรเลย เหมือนแค่มาเปลี่ยนที่กินกาแฟ กันแบบลำบากๆ มากกว่า

เรากลับมาทำกับข้าวง่ายๆ กินกันยามเช้า ที่มีฝนตกลงมาเล็กน้อย ส่วนกาแฟ เรามีเป้าหมายที่เล็งไว้ตั้งแต่เมื่อวานแล้วคือร้านกาแฟอุ่นเอิบ coffee ที่เราสามารถมองเห็นได้จากที่พัก ร้านกาแฟนี้น่ารักมาก กาแฟอร่อยในราคาไม่แพง แถมวิวดีติดแม่น้ำกลาง สามารถนั่งชิวๆ ให้อาหารปลาก็ได้ ที่นี้ปลาเยอะมาก แต่ไม่รู้ปลาอะไรบ้าง

ร้านกาแฟ อุ่นเอิบ บรรยากาศดี กาแฟอร่อยมาก

ช่วงสายๆ เรามีนัดกันที่ร้านกาแฟสมศักดิ์ คนดังแห่งแม่กลางหลวง เรามาที่นี้ไม่ได้มากินกาแฟอย่างเดียว แต่เรามาให้แกเป็นไกด์นำทางเรา เพื่อไปบงเปียงกันในบ่ายวันนี้ แต่ก่อนไปบงเปียง เราอยากไปน้ำตก (รักจัง) ผาดอกเสี้ยว โดยตาสมศักดิ์แกแนะนำให้แม่อุ้ย ไปเป็นคนนำทางแล้วก็เป็นนางแบบให้เราด้วย

ณ ร้านกาแฟคุณสมศักดิ์

ตอนไปนำ้ตกเราจอดรถตู้ไว้ที่ร้านแก แล้วนั่งรถแกไปส่งตรงจุดเดินไปน้ำตก ทอดนี้ใกล้ๆ แกไม่คิดค่าบริการ (เพราะเดี๋ยวแกต้องไปส่งเราที่บงเปียง ค่อยไปคิดกันตอนนั้น) การเดินไม่ยากเหมือนตอนเราเดินเขากัน แต่ฝนเจ้ากรรมดันตกเป็นช่วงๆ ทำให้เดินลำบากขึ้นและก็หนาวเย็น พอไปถึงน้ำตกก็ถ่ายภาพกันอย่างสนุกสนาน และแข่งกับเวลานิดหน่อย เพราะกลัวฝนจะตก

น้ำตกผาดอกเสี้ยว หรือน้ำตกรักจัง ที่เคยเป็นโลเคชั่นในการถ่ายหนังเรื่อง” รักจัง” ด้วยน่ะ (ข้อมูลเพิ่มเติม : รักจัง (The Memory) ภาพยนตร์รักโรแมนติก-คอมเมดี้)

แล้วสิ่งที่เราคิดก็เป็นจริง ฝนเริ่มตก เราเก็บของ แล้วก็เดินกลับ ที่นี้ฝนตกหนักมาก ตลอดการเดินเท้ามาที่ร้านกาแฟ ของตาสมศักดิ์ พอกลับมาถึงก็ได้จิบกาแฟที่ร้านแกให้ชิมฟรี แก้หนาวได้อย่างดีทีเดียว เป็นเสน่ห์อย่างนึงของร้านแกทีเดียว เรียบง่าย เป็นมิตร



และก็ถึงเวลาเดินทางไปจุดหมายที่เราอยากไปกันเสียที บงเปียงคือที่แห่งนั้น เราต้องเหมารถของตาสมศักดิ์ไปส่ง ซึ่งเป็นรถโฟร์วีล เพราะทางค่อนข้างเละเป็นโคลน พวกผู้ชายและป้อม นั่งหลังกัน ฝนตกกันไปตลอดทาง เละเอาการ

ภาพแรกที่เราเห็น เมื่อเดินทางมาถึง

ในที่สุดก็ถึงปลายทางเวลา 15.30 น. ที่ วีรศักดิ์โฮมสเตย์ บ้านป่าบงเปียง ที่นี้มีห้องนอน 1 ห้อง และมีชานบ้านกว้างขวางดีเลยทีเดียว แต่สิ่งที่เราอยากได้ภาพจากที่นี้ เราคิดว่าต้องผิดหวังแน่ๆ เหมือนกับช่วงเช้าของวัน เนื่องจากฝนตกลงมาตลอดเวลา ฟ้าก็ไม่เปิด แต่เราก็ไม่ย่อท้อในการถ่ายภาพ แม้จะไม่สวยงามอย่างใจคิด แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ ล่ะ ลุยกันต่อไป 555

น้องจูนนั่งชิว ตรงชานบ้าน

ที่นี้ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ เหมือนเรามีเวลากับตนเองมากขึ้น ตกเย็นน้องเจ้าของโฮมสเตย์ก็จัดเตรียมอาหาร ต้มน้ำให้อาบ และมาจัดที่นอนให้กับเรา เรากินข้าวใต้แสงเทียนและตะเกียงกันเสร็จ ก็จัดแอลกอฮอล์กันเล็กน้อย แล้วก็เข้านอนกันอย่างเร็วเพราะไม่มีอะไรทำมาก อีกอย่างก็ฝนตกตลอดทำให้บรรยากาศสร้างความง่วงเพิ่มเป็นทวีคูณ กลุ่มผู้ชาย 4 คนก็นอนตรงชานบ้าน สาวๆ ก็นอนในห้องอย่างปลอดภัยและอบอุ่นอีกต่างหาก

ตื่นเช้าวันใหม่ กับความหนาวเย็นและหมอกหนาทึบ

เราตื่นขึ้นมาในยามเช้า ฝนก็ยังตกอยู่บ้าง พวกเราคิดว่าไหนๆ มากันแล้วก็ลงไปลุยถ่ายนากัน ได้แค่ไหนก็แค่นั้น ระหว่างรออาหารเช้า

สายๆ เจ้าของบ้านก็นำอาหารเช้ามาเสริฟ ผมว่า อาหารที่เขาทำมานี้ง่ายๆ แต่อร่อยมาก โดยเฉพาะน้ำพริกอ่อง แต่แอบเผ็ดมากจนผมไม่สามารถกินได้เยอะอย่างที่ใจต้องการ

 

ตอนเช้าฝนก็ยังตกอยู่อย่างไม่พักผ่อน กันเลยทีเดียว
พี่ยุทธอาสา เป็นนายแบบให้กับ 2 สาว

ช่วงก่อนเที่ยง ตาสมศักดิ์ก็มารับพวกเรากลับไปพร้อมสายฝนเหมือนเดิม เรานั่งกันไปอย่างหงอยๆ กันสักหน่อย เพราะไม่ได้ของอย่างที่เราต้องการ แต่ก้มีความสุขใจ ที่ได้มา ดีกว่าที่เราไม่ได้เดินทางไปสัมผัสมันเลย

เรากลับถึงกรุงเทพราวๆ ตี 5 ค่าใช้จ่ายมีค่าที่พัก 2 คืน 1,000 บาท ค่าน้ำมัน+ค่าเช่ารถ และค่าอาหาร จิปาถะ ทั้งหลาย ทริปนี้เราตกคนล่ะประมาณ 3,000 บาท ซึ่งคุ้มมากๆ กับการเที่ยว 3 วัน 2 คืน แบบนี้