Trekking Trip : นอนดูฝนดาวตก ที่ภูสอยดาว

ตำบล บ่อภาค อำเภอ ชาติตระการ พิษณุโลก

14-16 ธันวาคม 2561





เดินทาง

  • สมาชิกรวบรวมได้แค่ 3 เหมือนเดิม โอ๋ ป้อม พี่ยุทธ
  • ออกเดินทางกัน คืนที่ 13 ตอน 20.00 ไปรับพี่ยุทธ เลียบคลอง แล้วก็ป้อม ที่ปากเกร็ด
  • ขับรถยาวมาจนทนไม่ไหว แวะนอนที่ปั๊ม ปตท.ป่าแดง ตอนตี 5 หลับกันทั้งรถ (ทำเวลาได้ดีเลยขอนอนหน่อย)
  • ตื่นมาอีกทีเกือบ 7 โมง ไปหาอะไรรองท้องกันที่ตลาดสดเทศบาลตำบลป่าแดง และเตรียมวัตถุดิบในการทำอาหาร พร้อมข้าวเหนียวไก่ย่างสำหรับมื้อกลางวัน
  • ถึงอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว 08.00 น. ตามแผนเลยทีเดียว จัดแจงสัมภาระและกินข้าวเช้าก่อนเดินทางกันที่นี้
  • นั่งรถ อีต๊อก ไปที่จุดเริ่มเดินคือ นำ้ตกภูสอยดาว ประมาณ 10.00 น. เจอไฮไลท์มะขามแช่อิ่มโคตรถูก แต่ไม่ได้ซื้อ (แอบเสียดายเล็กๆ)
น้ำตกภูสอยดาว ทำให้เราได้ฉ่ำชื่นใจก่อนเดินทางชัน
ทางขึ้นช่วงแรกเป็นบันได เหมือนจะง่าย แต่พวกเราไม่ชอบกันเลย

เริ่มต้นเดิน

  • เริ่มเดินตามเส้นทางน้ำตก มีบันไดให้เดิน (เกลียดที่สุดคือบันไดเนี่ยล่ะ)
  • สุดน้ำตกก็ราวๆ 1 กิโลเมตร จะเจอเนินส่งญาติ ของจริงจากนี้เป็นต้นไป
  • ลูกหาบที่นี้ แบกกันราวๆ 40 กิโลได้ มรทั้งเด็กๆ วัยรุ่นไปจน 60 กว่า
  • ครึ่งทางก็แวะพักกินข้าวกัน เจอลูกหาบหนุ่มวัย 18 สอบถามว่าฝากซื้อ มะขามแช่อิ่มขึ้นมาให้ได้ไหม น้องก็รับปากอย่างดี แต่วันนี้ไม่ทันต้องพรุ่งนี้
  • เราถึงลานสน ที่เป็นจุดพักแรมกันราวๆ 16.00 น. ช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้เล็กน้อย
เนินส่งญาติ จุดเริ่มต้นของชีวิต
ถ่ายภาพหมู่ระหว่างทาง กันสักหน่อย
เนินมรณะ เนินสุดท้ายก่อนถึงลานสน ช่างมรณะสมชื่อจริงๆ



ระหว่างทาง บนเนินมรณะ พบเจอมิตรภาพบนเส้นทาง

พักแรมกันคืนแรก

  • จำนวนคนในวันนี้ไม่เยอะมากนัก ราวๆ 50 คน น่าจะได้ รวมคนที่มาก่อนหน้าเรา 1 วันด้วย ก็กระจายๆ กันไม่แออัด
  • มาถึงที่นี้มีบ้านพักเจ้าหน้าที่เพื่อบริการนักท่องเที่ยว จัดแจงเรื่องสำภาระที่ลูกหาบแบกมาให้ และมอบกระป๋องน้ำและขันกันคนล่ะชุดเพื่อเข้าห้องน้ำ เพราะที่นี้ไม่มีระบบปั๊มน้ำต้องตักจากนำ้ตกไปใช้เอง
  • ทำอาหารเย็นกันในวันนี้ เสียดายกุนเชียงเจ้าประจำเราซื้อไม่ทัน มาหาเอาที่ตลาด รสชาดไม่ถูกปาก
  • ระหว่างทานอาหาร เหลือบไปเห็นท้องฟ้าสีแดงและพระอาทิตย์ลูกกลมโต ลุกขึ้นวิ่งกันเลยทีเดียว แต่ก็ไม่ทัน พระอาทิตย์ตกไปก่อน (แอบเสียดายเล็กๆ)
  • คืนนี้เพลียกันมาก จากที่ตั้งใจจะดูฝนดาวตกแต่เมฆมาก จนบดบังดาวหมด ก็เลยนั่งก่อกองไฟ ที่หาฝืนมาได้น้อยนิด (เพราะที่นี้หาไม้แห้งยากมาก แถมมืดด้วย) แล้วก็เข้านอนกันเร็วหน่อย




เช้าวันที่สอง

  • เราตื่นกันตอนตี 4 ตั้งใจจะถ่ายแสงแรกและตื่นมาดูดาวด้วย
  • ฟ้าโปร่งอย่างใจ และเห็นฝนดาวตกอย่างที่ตั้งใจไว้จริงๆ แต่ก็หนาวมาก
  • อากาศตอนนี้ น่าจะราวๆ 8-10 องศา
  • พี่ยุทธ พยายามก่อกองไฟไล่ความหนาว
  • ฟ้าเริ่มสว่าง หมอกไม่มี เราเดินเล่นกันเพื่อถ่ายรูปบริเวณลานสน นักเดินทางคนอื่นๆ ก็เริ่มตื่นมาเตรียมตัว ขึ้นยอดภูสอยดาว สูง 2,102 เมตร จากระดับน้ำทะเล
  • เรา 3 คนตกลงกันว่าไม่ขึ้น เพราะสอบถามแล้ว ไม่ค่อยมีวิวอะไร นอกจากไปเป็นผู้พิชิต (แล้วก็ค่าขึ้นคนล่ะ 500 บาทด้วย)
  • มีคนที่ขึ้นยอดราว 25-30 คน บางส่วนก็พักผ่อนไม่ได้ขึ้นเหมือนกับเรา
  • หลังจากทำอาหารเช้าเสร็จ เราเดินไปรอบๆ ลานสนพร้อมทั้งหาฝืนให้มีปริมาณมากพอ กับความหนาวเย็นของอีกคืน
นอนดูฝนดาวตก บนภูสอยดาว อาจไม่สวยนักเพราะมันโคตรจะหนาว
พี่ยุทธก่อกองไฟไล่ความหนาวเย็นยามเช้า ทำให้กองไฟของเราไม่เคยมอดดับ
แสงยามเช้าที่ยอดสูงสุดของภูสอยดาว
อุปกรณ์เพื่อความปลอดภัย เตรียมไว้ให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปพิชิตยอด
เต็นท์ที่เจ้าหน้าที่กางไว้สำหรับนักท่องเที่ยว
กลางวันแดดค่อนข้างร้อน กางร่มเดินชมวิวสักหน่อย




การเดินแบบชิวๆ ของพวกเรา มันช่างสงบดีนัก
  • เกือบเย็น เราไปที่น้ำตกสายทิพย์ กะว่าจะไปถ่ายน้ำตกให้สุขใจสักหน่อย แต่ไปถึงก็ร้องโอ้ แทบไม่มีน้ำเลย
  • กลับมานั่งรอพระอาทิตย์ตกกันที่ลานสนเหมือนเดิม และดูนักเดินทางกลุ่มใหม่ที่เพิ่งขึ้นมาถึงในวันนี้ด้วย
  • คืนนี้ความหนาวแทบไม่กล้ำกายเราได้ เพราะเรามีฟืนก่อกองไฟกันอย่างมากมายเพราะเราหากันมาในตอนกลางวัน จนมีกลุ่มน้องที่เพิ่งขึ้นมาคืนแรกเดินมาถามว่าทำไม กองไปของพี่ไม่ดับเลย
  • เกือบลืมคืนนี้ได้กินมะขามแช่อิ่ม สมใจอยากกันไป
ถ่ายภาพกลุ่มแม่สี เหมือนนัดกันมา เย็นวันที่สอง

กลับบ้านเรา

  • เช้าวันนี้ตื่นสายหน่อย อาจจะเพราะความหนาว และนอนดึกไปหน่อยเมื่อคืน
  • เราทานข้าวเช้า อย่างเต็มที่ การเดินทางครั้งก่อน เป็นบทเรียนอย่างดีตอนที่เราหิวจนไม่มีแรงเดิน
  • เก็บของเสร็จและเริ่มเดินลงกันประมาณ 10 โมงเช้า ของที่ให้ลูกหาบแบก ไปชั่งแล้ว เบาลง 6 กิโล
  • เดินมาเรื่อยๆ ถึงน้ำตกก็ บ่ายโมง เดินลงเร็ว แต่ช้าตอนมาถ่ายน้ำตกเนี่ยล่ะ
  • นั่งรถอีต๊อกกลับ คืนขยะ เคลียร์ค่าใช้จ่าย แล้วกลับบ้านกันดีกว่า
นักท่องเที่ยวเดินชมธรรมชาติ
กลับบ้านเราสักทีดีกว่า