Travel Trip : España ประเทศสเปน

19-25 กันยายน 2560 เมืองมาดริดและบาร์เซโลน่า

การวางแผน…

…การไปเยือนประเทศสเปนครั้งนี้ เป็นการ Outing ประจำปี ผมและสมาชิกที่เพิ่มเข้ามาจากปีก่อน รวม 22 ชีวิต เรามีการโหวตประเทศที่เราอยากไป (ต่อจากการไปฝรั่งเศส) เมื่อตอนต้นปี 60 และผลการลงคะแนน ก็ออกมาเป็น “ประเทศสเปน” อย่างเป็นทางการ (ไม่เหมือนการโหวตแยก แคว้นคาตาลันน่ะ)

หากแต่กว่าจะได้วางแผนกำหนดวันกันได้ จริงๆ ก็เกือบจะเดินทางกันอยู่ล่ะ การเตรียมตัวไปประเทศทางฝั่งยุโรปนี้ก็ไม่ยากมาก ก่อนการเดินทางประมาณ 1 เดือน เราก็ต้องไปทำ วีซ่ากันก่อน การทำวีซ่า Shengen เพื่อไปสเปนนี้ก็ง่ายมาก เราจ้างบริษัททัวร์มาช่วยทำเรื่องเอกสารให้ เนื่องจากเรากลุ่มค่อนข้างใหญ่ เตรียมเอง อาจผิดพลาดได้ เสร็จแล้วรอประมาณ 2 อาทิตย์ก็ได้ วีซ่าล่ะ

เรื่องการท่องเที่ยว เราเป็นคนวางแผนกันเองไม่ได้จ้างบริษัททัวร์ เรากำหนดกันแบบให้ครอบคลุม ถึงความต้องการของคนทั้ง 22 ชีวิต มีทั้งการสายชอปปิ้ง สายกิน สายมิวเซียม สายชมเมือง สายฟุตบอล สายเบียร์ สายฮิปเตอร์ หลากหลายกันเลยทีเดียว โดยเลือกเมืองที่ไปหลักคือ เมืองมาดริด และ บาร์เซโลน่า

เหินฟ้าาาาาาาาาา…..ถ่ายทำไมก็ไม่รู้ภาพแบบนี้ แต่ที่รู้แบบนี้ใครๆ เขาก็ถ่ายกัน



การเดินทางเราเดินทางด้วยสายการบิน Gatar Airways ใช้เวลาประมาณ 15-16 ชั่วโมง รวมต่อเครื่องที่กาต้าร์ด้วยน่ะ ออกจากสุวรรณภูมิ ตี 2 กว่าจะถึงมาดริดก็ บ่าย 2 โมง กันเลยทีเดียว

แวะต่อเครื่องที่ สนามบิน Hamad International Airport (مطار حمد الدولي) เมืองโดฮา ประเทศกาต้าร์ 2-3 ชั่วโมง

วันแรกยืนงงๆ ตรงกลางเมืองมาดริด

การออกแบบโครงสร้างหลังคาอาคาร ที่สนามบินเมืองมาดริด ดูสวยแปลกตา

เราไปถึงสนามบินที่มาดริด ราวๆ บ่าย 2-3 กว่าจะได้ออกจากสนามบิน เราจองรถบัสไว้สำหรับขนพวกเราเพื่อเดินทางจากสนามบินไปโรงแรมกลางเมืองมาดริด บริเวณสถานีรถไฟ Atocha การเดินทางไปเที่ยวต่อเลยง่ายดาย เพราะโรงแรมอยู่ติดกับสถานีรถไฟใต้ดิน หรือ Metro เราใช้ตั๋ว 3 วัน จะไปไหนกี่เที่ยวก็ได้ สบายไปเลย

หลักกิโลเมตรที่ 0 เขาบอกต้องมาถ่าย ถ่ายแล้วก็งงๆ ว่าแล้วไงต่อ 555
นี้ไง หมีกินเชอร์รี่ สัญญาลักษณ์เมืองมาดริด สื่อถึงการอยู่ร่วมกันของคนกับสัตว์ แถมยังเป็นตราของทีมแอตแลนติโก มาดริด ด้วย สาระนิดนึงน่ะ

จุดแรกที่เราจะไปกันคือ อนุเสาวรีย์หมีกินเชอร์รี่ สัญญาลักษณ์ประจำเมืองมาดริด และหลักกิโลเมตรที่ 0 เราใช้เวลาที่นี้นิดเดียวเพราะเย็นมาก แล้วหลังจากนั้นประมาณ 2 ทุ่ม (พระอาทิตย์ ยังไม่ตกดินเลย) ก็ไปทานอาหารเย็น ในร้านที่เราจองไว้ซึ่งเน้นไปทางอาหารทะเล อร่อยมากแต่ติดเค็มนิดๆ (และก็ได้รู้จัก เซงเกรีย เหล้าประจำถิ่นของคนที่นี้ อร่อยแต่แรงนิดๆ)

เมื่ออิ่มหน่ำกันแล้ว (ออกมาจากร้านฟ้ามืดพอดี) ก็เดินไปทางถนน Gran Vía ซึ่งเป็นถนนสาย shopping แต่ด้วยการที่เราไปช้ามาก ประมาณ 4 ทุ่ม ทำให้ร้านปิดกันหมดแล้ว ก็เลยเดินเล่นชมเมืองเพื่อไปทางแยกตึก Metropolis ไปหามุมถ่ายรูปกัน แล้วค่อยเดินทางกลับโรงแรม จากจุดนี้ห่างจากโรงแรมราวๆ กิโลกว่าๆ ผมเลยตัดสินใจเดิน เพื่อเก็บภาพเมืองยามค่ำคืนไปเรื่อยๆ

บริเวณแยกตึก Edificio Metropolis ถนน Gran Vía ที่ต้องมาเก็บภาพ
น้ำพุ Cibeles Fountain ระหว่างทางเดินกลับ เป็นจุดจอดรถเมล์หลายสายด้วยกัน ตอนถ่ายอยู่ก็ชอบมาจอดบังอยู่เรื่อย

เช้าวันที่สอง กับบรรยากาศสุดท้าทาย

ผมตื่นเช้าในวันที่สอง เวลาตี 5 ครึ่ง เนื่องจากพระอาทิตย์ที่นี้ขึ้นประมาณ 7 โมงเช้า ซึ่งผมดูมุมที่จะถ่ายไว้แล้วไม่ไกล จากโรงแรมมากนัก เป็นสวน El Retiro เป็นสวนใหญ่ในเมืองมาดริด ผมเดินไปเรื่อยๆ ตามทาง มีคน 2-3 เดินอยู่บ้าง คิดว่าเขากำลังไปทำงานกัน และบางคนก็เข้ามาวิ่งกันในสวนบ้างแล้ว แม้จะมืดมากๆ และผมเดินออกมาคนเดียวก็ตาม

ปราสาทเรือนแก้ว ตอนเกือบเช้า เปิดไฟสวยงามตลอดคืน ตอนกลางวันก็งามอีกแบบ แต่ช่วงนี้ไม่ให้เข้าชมด้านในเพราะกำลังซ่อมแซมอยู่

 

จุดแรกที่ผมเก็บภาพคือ ปราสาทเรือนแก้ว Palacio de Cristal ตอนแรกคิดว่าเขาจะไม่เปิดไฟ แต่เขาเปิดทิ้วไว้ เลยสบายเรา เก็บภาพยาวๆ ไปก่อนเขาปิดไฟ

จุดที่สองเป็นสถานที่ใกล้ๆ กันเป็นสระน้ำและมี อนุเสาวรีย์ Alfonso XII ก็เป็นจุดถ่ายรูปอีกมุม

อนุเสาวรีย์ Alfonso XII เป็นสระน้ำ ชาวเมืองชอบมาพายเรือเล่นกันที่นี้ นึกว่าเขาดิน
ยามสายๆ คนมากันเพียบ

จากนั้นผมก็เดินกลับโรงแรม แล้วก็ไปเที่ยวตามแผนที่วางกันไว้กับคณะ คือไปพิพิธภัณฑ์ปราโด ไปดูงานศิลปะ แต่เขาห้ามถ่ายรูป เซ็งเลย เที่ยงๆ ก็เดินไปสวนที่ผมไปเมื่อตอนเช้าอีกครั้ง แล้วก็ทานอาหารกลางวันกันที่นี้



ช่วงบ่าย

สาย Shopping ยังคงแข็งขันกันต่อที่ถนน Gran Vía ที่พลาดไปเมื่อคืน ก็ได้ติดกันมาคนล่ะนิดหน่อย แล้วก็ไปกินข้าวเย็นกันที่ตลาด Mercado San Anton ก่อนจะแยกย้าย ผมเป็นสายดูบอล มีกัน 10 คน ก็เดินทางไปดูบอลกันที่สนาม Santiago Bernabéu ของทีม Real Madrid โดยนัดนี้จะเปิดบ้านรับทีมอย่าง Real Betis คู่นี้เตะดึกประมาณ 4 ทุ่ม (ตี 2 ที่ประเทศไทย) ผมเลยนั่งดูไปหลับไป สรุปมาดริดแพ้คาบ้าน (ถือว่ามาดูบรรยากาศสนามบอลเอา) จบเกมส์ราวๆ เที่ยงคืนก็กลับโรงแรมนอน

บรรยากาศในสนามของทีมรีล มาดริด ใหญ่กว่าราชมังคลาบ้านเราอีกน่ะ แต่มุมมองในการดูดีกว่ากันมาก
ดูบอลเสร็จก็ต้องมาถ่ายรูปหน้าสนามแก้ง่วง ก่อนเดินทางกลับ

วันสุดท้ายที่มาดริด กับการเดินอย่างมหาโหด

มุมมองยอดโบสถ์ ซึ่งอยู่ติดกับพระราชวัง ตั้งอยู่บนพื้นที่เป็นลักษณะเนินเขา

เช้าวันที่ 3 ของสเปน ผมตื่นเช้าเช่นเคย แต่วันนี้เดินไกลหน่อย ราวๆ 4.5 กิโลเมตร เพื่อไปเก็บภาพยอดโบถส์ Catedral de la Almudena ติอกับพระราชวังของมาดริด สายๆ ก็ไปเจอชาวคณะที่ร้านชอคโกเลตร้อน เติมพลังในยามเช้าของวัน แล้วก็เดินไปชมพระราชวังกับโบถส์ ในระยะใกล้ๆ

Plaza Mayor เรามากินข้าวเที่ยงกันที่นี้ก่อนแยกย้าย

เที่ยงๆ ก็เดินมากินข้าวกันที่ Plaza Mayor จตุรัสกลางเมืองขนาดใหญ่ ที่ใครๆ ก็ควรมาชื่นชม หลังจากทานข้าวเสร็จ เราก็แยกสายกัน เด็กๆ วัยรุ่นก็ไปหาสถานที่ท่องเที่ยว ตามความชอบ

มาต่อรถไฟที่สถานี Atocha เพื่อไปยังเมือง Toledo เมืองมรดกโลก

พวกผมสายอนุรักษ์ ก็ไปชมเมืองมรดกโลกที่เมือง โตเลโด ต้องนั่งรถไฟความเร็วสูงไปอีกครึ่งชั่วโมง โดยที่นี้ผมเลือกการเดินเป็นหลัก แต่เมืองเป็นลักษณะเนินเขา จึงได้อารมณ์เดินป่ากับเขาเหมือนกันน่ะ โดยได้วิว 360 องศา ตามความต้องการของผม จบวันสรุปผมเดินไปราว 20 กิโล

มุมนี้ที่ต้องการ คุ้มกับการเดินจริงๆ

กลางคืนผมไปกินเบียร์กับน้องๆ เมามากเบียร์เขาแรงข้ามวัน จนวันรุ่งขึ้นก็ยังไม่หายเลย 555

วันที่สี่ เดินทางไปแคว้นคาตาลันกันแล้ว

จากมาดริด นั่งรถไฟมา 3 ชั่วโมง ถึงบาร์เซโลน่ากันตอนเที่ยงพอดี โรงแรมที่เราจองไว้ อยู่บนสถานีรถไฟพอดี เลยสบายเรื่องเดินทางไปได้ดี

ความตั้งใจคือ อยากได้ภาพหน้าโบสถ์แบบมุมกว้างๆ แต่พอดีที่เมืองเขามีงานกัน เอาเวทีมาตั้งตรงหน้าโบสถ์เลย

หลังจากนั้นเราก็มาเดินกันที่ถนน La Rambla เป็นถนน shopping และท่องเที่ยวหลักของเมือง เรามาในช่วงที่เมืองเขามีเทศกาล วัน La Mercè พอดี แล้วก็มีการรณรงค์แยกแคว้นคาตาลัน กันอีกด้วย ทำให้เมืองมีสีสันมากเลยทีเดียว สาย shopping ก็ตามสบายส่วนผมเดินมาชมความงามที่โบถส์ Cathedral of Barcelona ก่อน เดินรอบโบถส์เพลินเลย

เราหามุมมาล่วงหน้าเลยง่ายหน่อย ศาลากลางเมืองบาร์ซ่า

แล้วก็กลับโรงแรมไปกินข้าวเย็นกันที่ร้านใกล้ๆ โรงแรม กินเสร็จผมก็แยกตัว ไปถ่ายรูปอีกเหมือนเดิม

วันที่ห้า ชมความงามทางสถาปัตยกรรม

เช้าวันนี้ผมไม่ได้ตื่นเหมือนทุกวันเพราะจุดที่อยากไปไกลจากโรงแรมรวมทั้งเหนื่อยมาแล้วหลายวัน วันนี้เลยพักหน่อย เช้านี้เราไป Park Güell ซึ่งสร้างโดย Antoni Gaudí สถาปนิคชื่อดังแห่งเมืองบาร์เซโลน่า ก็บริเวณกว้างขวางมาก เดินกันเหนื่อยเลยทีเดียว

แล้วก็เข้าเมืองไปดูตึก Casa Milà กับ Casa Batlló ก็เป็นการออกแบบของ Antoni Gaudí เช่นกัน

อาคารรูปทรงแปลกตา ของตลาดนัดของมือสอง

ตกเย็นก็ไปตลาดของเก่า Mercat dels Encants ซึ่งไม่มีอะไรเลย นอกจากโครงสร้างอาคารที่ดูแปลกตา แล้วก็กลับไปกินข้าวแถวๆ โรงแรม

ปีนป้อมปราการ ชมงานปิกัสโซ่กัน ในวันที่ 6

เช้านี้ผมตื่นเช้าเดินไปเรื่อยๆ ไปทาง Palau Nacional (เป็นศาลากลางของเมืองบาร์เซโลน่า) ไปหาแสงเช้าเช่นเคย เหมือนเดินขึ้นเขาหน่อยๆ เช่นเดิม

อาคารศาลากลางในยามเช้า

สายๆ เราก็ไปป้อมปราการเมืองเก่า ชื่อว่า Montjuïc Castle เราขึ้นไปแบบนั่งกระเช้า เพราะขาของพวกเราทุกคนเริ่มจะแข็งเป็นหิน เนื่อจากเดินต่อเนื่องกันมาทุกวัน ที่นี้เป็นวิวมุมสูง สวยมากเห็นทั้งวิวเมืองและทะเล เลยทีเดียว เราใช้เวลากับที่นี้กันเกือบบ่าย 2 ก็ไปในเมือง ไปกินข้าวกลางวันกัน แล้วก็มุ่งหน้าไป Picasso Museum เป็นบ้านเดิมของ ปิกัสโซ เอามาทำเป็น Museum เขาไม่อนุญาต ให้ถ่ายรูปอีกเช่นกัน

สุดท้าย ที่บาร์เซโลน่า

เช้าวันนี้ ผมก็ไม่ได้ตื่นอีกเช่นกัน เรามุ่งหน้ากันไปที่ ซากราดาฟามีเลีย เป็นโบถส์อายุ 100 กว่า ปี ที่ยังสร้างไม่เสร็จเลย ผลงานของ Gaudí คนเดิม ซึ่งงดงาม ตระการตามาก

บ่ายๆ ก็ไปชมสนาม Camp Nou ของทีมบาร์เซโลน่า ที่ได้ฉายาว่าชามอ่างยักษ์ ซึ่งใหญ่จริงๆ ประทับใจมาก แล้วก็เดินทางกลับโรงแรมเก็บของกลับบ้านที่ประเทศไทยกันสักที

ชามอ่างยักษ์ ความฝันในวัยเยาว์ เราได้มาแล้ว

เจอกันใหม่ทริปหน้าน่ะ “ยูโรปา”



เกร็ดที่ควรรู้ เมื่อไปเที่ยวสเปน จากมุมมองของผม

  1. พระอาทิตย์ที่นี้ตกช้า ราวๆ 3-4 ทุ่ม และขึ้นช่วง 7-8 โมงเช้า
  2. ต้องระมัดระวังตัวตลอดเวลา เพราะที่นี้โจรเยอะมาก
  3. ร้านอาหารเปิดช้า เพราะชีวิตกลางคืนของคนที่นี้เริ่มช้ามาก
  4. อากาศไม่ถึงกับเย็นมากและก็ไม่ร้อนมาก ถือว่ากำลังสบายๆ
  5. ภาษาไม่ค่อยพูดอังกฤษกัน เขาใช้ภาษาเขา แต่ก็พูดอังกฤษได้
  6. อาหารเค็มมาก ถ้าไม่ชอบเค็มจริงๆ ควรเลี่ยงข้างผัดสเปน เพราะเค็มทะลุไตได้เลยทีเดียว
  7. การติดต่อและโซเชียล ซื้อซิมยุโรปจากไทยเลย 800 บาท เล่นเนตอย่างเดียว สบายๆ กลับมายังเหลือ

สถานที่ท่องเที่ยวที่ประทับใจ สำหรับผมน่ะ…

  1. เมืองมรดกโลก โตเลโด Toledo
  2. พิพิธภัณฑ์ปราโด
  3. Palacio de Cristal
  4. โบถส์ Catedral de la Almudena
  5. โบถส์ Cathedral of Barcelona
  6. Picasso Museum
  7. Park Güell
  8. Montjuïc Castle
  9. สนาม Camp Nou และ สนาม Santiago Bernabéu